Genting Club ศศลักษณ์ยิ้มรับสถิติ “ตัวนำโชคบุรีรัมย์”

Genting Club;

แข้งแชมป์ซีเกมส์ชุดล่าสุดยิ้มรับสถิติตัวนำโชคบุรีรัมย์ หลังลงเล่น 11 นัดช่วยทีมชนะรวดตั้งแต่ย้ายมา ย้ำชัดขอมุ่งมั่นทำงานหนักต่อไป

Genting Club ศศลักษณ์ ไหประโคน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงแห่งโตโยต้า ไทยลีก ยิ้มรับสถิติอันยอดเยี่ยมเมื่อช่วยทีมเก็บชัยชนะได้ทุกนัด จากการลงเล่น 11 เกมที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 22 ปี ย้ายจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มาอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวช่วงเลกสอง ก่อนกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ มีโอกาสลงสนามให้ทีม 11 นัดปรากฎว่า “ปราสาทสายฟ้า” เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ขณะที่เกมเดียวในเลกสองที่เสมอ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 “พี” ติดโทษแบน

“ดีนะครับถ้าเป็นแบบนั้น” ศศลักษณ์ตอบแบบอมยิ้มเมื่อถูกแซวว่าเป็นตัวนำโชคบุรีรัมย์หรือเปล่า “แต่จริงๆไม่หรอกครับ ผลงานส่วนนั้นทุกคนต่างช่วยกันมากกว่า ต้องยกเครดิตให้ทุกคน ผมก็แค่ส่วนหนึ่ง หรือส่วนเล็กๆของทีมแค่นั้นครับ”

“ยอมรับว่าตอนที่ย้ายมาก็ไม่คิดว่าจะได้โอกาสลงเล่นเยอะขนาดนี้ครับ เพราะเหมือนผมมาแบบโนเนมมากๆ แทบไม่ได้ลงเล่นมาก่อน ก็ดีใจครับที่สโมสรให้โอกาส ส่วนตัวผมทุกๆการฝึกซ้อมก็พยายามมุ่งมั่นทำงานหนักอยู่แล้ว และแน่นอนว่าผมจะทำงานหนักแบบนี้ต่อไปเพื่อช่วยทีมเป็นแชมป์ให้ได้ครับ” ศศลักษณ์ปิดท้าย

สำหรับ ศศลักษณ์ ไหประโคน ถือเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะนับตั้งแต่ย้ายมา เขาถูกส่งลงเล่นหลายตำแหน่งทั้งแบ็คซ้าย , ปีกซ้าย และ กองกลาง โดยล่าสุดเพิ่งช่วยทีมชาติไทย คว้าแชมป์ ซีเกมส์ มาครองได้อีกด้วย

ขณะที่โปรแกรมต่อไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวบุกเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก วันที่ 16 กันยายนนี้

เว็บบอลสเต็ป นาเกลมันส์เปิดทางนั่งกุนซือบาเยิร์น

เว็บบอลสเต็ป

กนุซือเนื้อหอมแห่งลีกเยอรมันเผยแบบไม่มีกั๊กอยากรับงานคุมทัพเสือใต้ในอนาคต

เว็บบอลสเต็ป ยูเลียน นาเกลมันส์ เทรนเนอร์ไฟแรงของฮอฟเฟนไฮม์ เผย เขาอยากรับงานคุม บาเยิร์น มิวนิค ทีมในฝันของตัวเองในวันข้างหน้า

กุนซือวัย 30 เพิ่งนำสโมสรเปิดรังอัดเสือใต้ในเกมลีก 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการคาดหมายว่าเขามีสิทธิ์ถูกยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียทาบทามเข้าไปทำทีมในอนาคต

“สโมสรบาเยิร์นมีส่วนสำคัญในความฝันของผม ผมเคยอาศัยอยู่ในมิวนิคหลายปี ผมมาจากเมืองแลนด์สเบิร์กที่อยู่ไม่ไกลจากมิวนิค” โค้ชชาวเยอรมัน กล่าว

“ภรรยาและลูกของผมกำลังจะย้ายไปอยู่ในมิวนิคเร็วๆนี้ เราสร้างบ้านไว้ที่นั่น นั่นคือบ้านเกิดของเรา”

“แม้ว่าผมจะไม่มีโอกาสได้คุมสโมสรบาเยิร์น แต่ผมยังคงนอนตายตาหลับ”

“ผมมีความสุขมากในชีวิต แม้ว่าบาเยิร์นจะช่วยให้ชีวิตของผมมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีก แต่มันไม่ได้หมายความว่าโชคชะตาทั้งหมดของผมขึ้นอยู่กับบาเยิร์นอย่างเดียว”

รับแทงบอลออนไลน์ กวินทร์ เผยอาการบาดเจ็บเส้นประสาทอักเสบใต้นิ้วโป้ง

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

สาวกกิเลนยังต้องรอต่อไปเมื่อจอมหนึบมือหนึ่งของทีมเผยว่ายังไร้กำหนดคัมแบ็คจากอาการบาดเจ็บเส้นประสาทอักเสบใต้นิ้วโป้ง

รับแทงบอลออนไลน์ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตู เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เผยว่าต้องดูอาการบาดเจ็บเส้นประสาทใต้นิ้วโป้งข้างขวาอีกสักระยะว่าจะกลับมาลงสนามอีกครั้งได้ตอนไหน หลังหมดสิทธิ์ช่วยทีมตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม

จอมหนึบวัย27ปี พลาดเฝ้าเสาให้ กิเลนผยอง ตั้งแต่ช่วง 3 นัดหลังสุดก่อนพักเบรค ต่อเนื่องมาถึงการถอนตัวจาก ทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก ที่พบกับ อิรัก และ ออสเตรเลีย ล่าสุดในศึกโตโยต้าไทยลีก ที่ เอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-0 (10 ก.ย) ก็ยังไร้วี่แวว โดยเผยกับ โกล ประเทศไทย ว่า

“ตอนนี้อาการบาดเจ็บก็ดีขึ้นนะครับแต่ยังไม่ถึงกับ 100 เปอร์เซ็นน่าจะอีกสักระยะหนึ่ง”

“อาการบาดเจ็บคือมันก็ไม่เชิงแปลกหรอกครับหมอก็บอกว่าเป็นเส้นประสาทอักเสบใต้นิ้วโป้งข้างขวา ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวผมเองนะครับว่าจะหายเป็นปกติเมื่อไหร่”

เดิมพันกีฬาออนไลน์ “โค้ชไข่” เปิดใจหลังซุปเปอร์ตกชั้นทีมแรก

เดิมพันกีฬาออนไลน์

กุนซือเดอะ พาวเวอร์ เปิดใจหลังตกชั้นทีมเป็นทีมแรก โดยน้อมรับสภาพชี้นี่คือฟุตบอล

เดิมพันกีฬาออนไลน์ อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว กุนซือ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ รับสภาพเมื่อล่าสุดร่วงสู่ศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนส์ชิพ (ไทยลีก2) เป็นทีมแรกแล้วหลังเปิดบ้านพ่าย ศรีสะเกษ เอฟซี 1-3 ในโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 26 วันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

จากการปราชัยดังกล่าวทำให้ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ยังมีเพียง 1 คะแนนจาก 26 นัด ตามหลัง สุโขทัย เอฟซี อันดับ 15 ของตาราง ถึง 27 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 8 นัด นั่นหมายความว่าไล่ไม่ทันเป็นที่แน่นอนแล้ว มีอันต้องตกชั้นเป็นทีมแรกและในรอบ 20 ปีสโมสร

“เราทำได้ไม่ดีพออย่างที่ควร เราหวัง 3 คะแนนเหมือนกัน ครึ่งแรกเราทำได้ดีโดยเฉพาะ 30 นาทีแรก แต่ฟุตบอลเล่นกัน 90 นาที ในเมื่อผลออกมาแบบนี้เราต้องปรับปรุงอีกเยอะ”

(เรื่องตกชั้น) “มันเป็นเกมฟุตบอล ถ้ามีตกก็ต้องมีขึ้น อย่างน้อยเราต้องเตรียมการไว้ก่อนปีหน้า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ทิศทางของบอร์ดบริหารด้วย”

“ส่วนตัวเสียใจ ที่ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดได้ในเบื้องต้น แต่นี่คือฟุตบอล ในเมื่อไม่สมหวัง ต้องผิดหวังเป็นธรรมดา เราต้องยอมรับสภาพ แต่ 8 นัดที่เหลือเราเต็มที่เหมือนเดิมแน่นอน” อดีตผู้ช่วยทีมชาติไทยปิดท้าย
โปรแกรมต่อไป ซุปเปอร์ พาวเวอร์ มีคิวบุกรัง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก วันที่ 17 กันยายนนี้

สมัคร Royal1688 อัลลีเล่นให้สเปอร์สนัดที่ร้อยดวลเอฟเวอร์ตัน

สมัคร Royal1688

กองกลางทีมชาติอังกฤษกลายเป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้ไก่เดือยทองขึ้นหลักร้อยนัดคนล่าสุดในเกมบุกเยือนเอฟเวอร์ตัน คืนวันเสาร์

สมัคร Royal1688 เดเล อัลลี ลงสนามให้ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เป็นนัดที่ 100 ในเกมพรีเมียร์ลีก บุกไปเยือนกูดิสัน พาร์ค ของเอฟเวอร์ตัน คืนวันเสาร์

กองกลางวัย 21 ย้ายจากเอ็มเค ดอนส์ มาอยู่กับไก่เดือยทองในปี 2015 และยืดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างรวดเร็ว จนล่าสุดมีชื่อลงสนามให้ทีมเป็นนัดที่ 100 แล้ว

อัลลีลงสนามให้สเปอร์ส นัดแรก ในเกมพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 8 สิงหาคม 2015

ในฤดูกาลแรกกับทีม เขาลงสนามไปถึง 46 นัดในทุกรายการ ก่อนจะบวกเพิ่มอีก 50 นัดในฤดูกาลที่แล้ว และมาครบร้อยในที่สุด

จาก 99 นัดที่ลงสนามก่อนเกมนี้ อัลลียิงไปแล้วถึง 34 ประตูในตำแหน่งกองกลาง

ผลงานของอัลลีชัดเจนจนกลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษไปแล้ว เขาลงสนามให้สิงโตคำรามไปแล้วถึง 21 นัด

สมัคร Holiday Palace สะสม พบประเสริฐ – ทฤษฏีปลาเล็กกินปลาใหญ่

สมัคร Holiday Palace

กุนซือฝีปากกล้าพลิกทีมงบน้อยขึ้นมานำจ่าฝูงลีกรอง ด้วยสถิติชนะรวด11นัดรวด ไม่แพ้15เกมติด สูตรสำเร็จเคล็ดลับจากทฤษฏี “ปลาเล็กกินปลาใหญ่” ของเขาคืออะไร

สมัคร Holiday Palace หากเปรียบกับฟุตบอล “ทุนนิยม” อาจเป็นแม่น้ำที่เชียวกราก ทีมที่อ่อนแอ คงมีสถานะไม่ต่างจาก ปลาเล็ก ที่ต้องตายและไหลตามน้ำ และร่วงหล่นไปตามกาลเวลา

แต่ไม่ใช่กับชายคนหนึ่งที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ เฮดโค้ชผู้ทรนง แห่ง แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ที่ยังคงว่ายทวนสายน้ำทุนนิยม และสร้าง “เลือดใหม่” ขึ้นมาท้าทายปลาใหญ่ได้เสมอ

สะสม พบประเสริฐ

ในอดีตเขาเคยสร้างเรื่องราว “คนจนผู้ยิ่งใหญ่” ด้วยการพา การท่าเรือไทย เอฟซี คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีก คัพ มาครองด้วย ท่ามกลางปัญหาและข้อจำกัด มาครองได้ ในช่วงปี 2009-2010 รวมถึงการพา แบงค็อก ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ไทยลีก และนำทัพ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2014

ก่อนที่ ปัจจุบัน จะมารับภารกิจที่ท้าทาย ในการทำทีม ทหารอากาศ ให้กลับมาติดปีกอีกครั้ง ด้วยงบประมาณอันน้อยนิด และเต็มไปด้วยดาวรุ่ง ผสมกับนักเตะเคยถูกมองข้ามด้วยแนวทาง “เน้นสร้างมากกว่าซื้อ”

โกล ประเทศไทย มีโอกาสนั่งพูดคุยกับโค้ชเตี้ย ภายห้องทำงานส่วนตัว ที่ถูกดัดแปลงมาจาก ตู้คอนเทนเนอร์ ข้างสนามธูปะเตมีย์ ถึงเหตุผลที่ว่า “ทำไมปลาเล็กอย่างเขา ยังคงอยู่ในสายน้ำที่เชียวกรากจากทุนนิยมได้”

เกิดอะไรขึ้นหลังจากผ่าน 13 เกมแรก (ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 3) แล้วคุณชนะติดต่อกัน 11 นัด

ผมเคยพูดไว้แล้วว่า ฤดูกาลนี้ เราพร้อมที่จะเสี่ยงกับทุกอย่างๆ ดังนั้น ถ้าถึงเวลาที่จะเปลี่ยน เราต้องกล้าเปลี่ยน นักเตะคนไหนดูแล้วไม่เวิร์ก เราตัดออก เพือที่จะเอาเงิน ไปซื้อผู้เล่นที่ตอบโจทย์ และทีมเราเริ่มลงตัวขึ้น หลังเข้าสู่เลกสอง

อย่าง 13 เกมแรกของฤดูกาล คือช่วงเวลาที่เรากำลังปรับแต่งทีมไปเรื่อยๆ ผมตั้งเป้าจะเกาะกลุ่มท็อป 5-6 ไปก่อน แล้วเราก็ทำได้ จากนั้นก็จะค่อยๆไต่อันดับขึ้น

นอกจากนี้ เรายังมีจุดเปลี่ยนหลายครั้งในซีซั่นนี้ อย่างเกมที่เราบุกชนะ สงขลา ยูไนเต็ด ผมบอกเลย ใครไปสนามนาทวี แล้วมีแต้มออกมาถือว่าประสบความสำเร็จ แล้วยิ่งเกมโกงความตายที่ นครปฐม ยูไนเต็ด (ตาม 2-0 ยิงแซงชนะ 2-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ)

จากเดิมที่สปิริตทีมดีอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ทุกคนในทีม เชื่อใจกันมากขึ้นไปอีก มันเลยพลอยให้ แท็คติกต่างๆ ความมั่นใจ ทุกอย่างมาหมด แถมเกมรับ เราดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฟุตบอลจะใช้เกมรุกอย่างเดียว แล้วชนะทั้งหมด มันคงเป็นไปไม่ได้ จะรับอย่างเดียว ก็ไม่ได้เช่นกัน ต้องรู้จักผสมผสานให้ลงตัวครับ

3 ปีที่แล้ว ทำไมตัดสินใจมาทำแอร์ฟอร์ซ ทั้งที่ด้วยโปรไฟล์คุณแล้ว น่าจะมีข้อเสนอจากทีมใหญ่และมีเงินทุนกว่านี้

จริงๆ ข้อเสนอที่ว่ามา มันก็มีแหละ แต่สิ่งหนึ่งที่ฝังในหัวหรือเป็นสันดานของผม คือ ชอบเห็นทีมระดับตำนาน กลับมาโลดแล่นอีกครัง

ย้อนกลับไป ผมตกลงทำทีม การท่าเรือฯ เพราะต้องการตอบแทนพวกเขา ผมเกิดจากที่นี่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้โอกาสผมด้านฟุตบอล เรามีความรู้สึกภาคภูมิใจ อยากเห็นทีมประสบความสำเร็จอีกครั้ง ผมทำทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด เพราะว่านี่คือทีมที่มีรากเหง้ามาจาก ม.กรุงเทพ พวกเขาเคยเป็นถึงแชมป์ไทยลีกมาแล้ว แต่อยู่ๆเขาตกชั้นไป ผมอยากเห็นพวกเขาขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง 2 ทีมที่ผ่านมา ผมได้ทำในสิ่งที่หลายคนไม่ได้คาดหวังอะไรมาก จนเห็นผล

ในขณะเดียวกัน ช่วงรอยต่อ (หลังจบคุมทีมชาติไทย ยู-19) พอดี เราเห็น แอร์ฟอร์ซ กำลังแย่ เราอยากช่วย เพราะอะไร เพราะว่า ยุคหนึ่ง ทหารอากาศ คนดูล้นสนาม เพราะ ปิยะพงษ์ (ผิวอ่อน) ประทีบ (ปานขาว) ชลอ (หงษ์ขจร) ผมไม่ได้เป็นนักบอลเก่าที่นี่ แต่ในอดีต ผมเคยเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขา เวลาใครพูดถึง ทอ. “ทอ.แม่งน่ากลัวเว้ย ทอ.เล่นโคตรมัน” บรรยากาศในธูปะเตมีย์ เคยคึกคักมาก ผมอยากให้ภาพเหล่านั้น มันกลับมาเท่านั้นเอง

ปีแรก ผมพยายามมาช่วยแล้ว แต่ช่วยไม่ได้ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง และมีการตกชั้นถึง 5 ทีม ซึ่งยากมาก ทำให้เราต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ พอนับหนึ่งใหม่ปุ๊ป สิ่งที่อยู่ในหัวคือ เราเองต้องแอ่นอกรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผมเลยตบปากรับคำผู้ใหญ่แอร์ฟอร์ซว่า อยากจะช่วยสัก 3 ฤดูกาล ซึ่งเป็น 3 ฤดูกาล เซ็นกันด้วยหัวใจแหละ

ผมพูดเลยว่า “ผมอยากมาทำให้ ทหารอากาศ เดิม หรือ แอร์ฟอร์ซ ปัจจุบัน กลับมาอยู่ในจุดที่พวกเขาควรจะอยู่” แล้วหลังจากนั้น อนาคตจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากัน เพราะสโมสรนี้ไม่ใช่ของผม

สะสม พบประเสริฐ

วันแรกที่มารับงาน สภาพทีมตอนนั้นเป็นอย่างไร

ผมมาถึงที่นี่ ผมไม่ได้มาแล้วบอกว่าจะเปลี่ยนนะ ผมให้เวลาเด็กทุกคน ทั้งนักฟุตบอล ทีมงานสตาฟฟ์ หรือเจ้าหน้าที่ออฟฟิศ ผมพยายามมองหาสิ่งที่ดีของทีมเราก่อน

พอถึงเวลาหนึ่ง ก็เอามาขมวดเป็นปัญหา แก้ไขได้ก็จะแก้ เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย จิตใจ เราก็ต้องไปคุยกับเขา จากนั้นให้ทีมแพทย์ ทีมจิตวิทยา มาดูแลต่อ ถ้าเขารับ เขาไปกับเราได้ แต่ถ้าเขาไม่รับ เขาจะรู้ว่า มันมีเคมีบางอย่างไม่ตรงกัน ทีนี่ พอเคมีไม่ตรงกัน ถ้าเราเลี้ยงไว้ ไม่ได้ใช้งาน ทีมก็จะเสียเงินเปล่าๆ สู้เราจากกันตรงนี้ แล้วดันเยาวชนขึ้นมาแทน

ปีแรกที่มาถึง เราพบปัญหาว่า รุ่นซีเนียร์ กับจูเนียร์ มีเส้นแบ่งที่ค่อนข้างหนา หน้าที่ของเราคือ เกลี่่ยให้เส้นนั้นบางลง อย่างเช่น ถ้าซีเนียร์คนนั้น เงินเดือนเยอะ ยังพัฒนาไม่ขึ้น ก็แยกทางกันดีกว่า แล้วเอาเด็กเล่น แน่นอนว่า มันมีย่อมคำถามว่า “เอาเด็กเล่น จะไหวไหม” ถ้าเรามั่นใจว่าเขาไหว เขาก็ไหว ถ้าเมื่อไหร่ เราคิดว่าเขาเล่นไม่ได้ เขาก็เล่นไม่ได้

แต่ต้องทำใจยอมรับให้ได้นะว่า พวกดาวรุ่ง อาจจะมีลนลานบ้าง ข้อผิดพลาดเยอะ ต้องใช้เวลา แต่ก็ชดเชยด้วยพละกำลังที่ค่อนข้างแข็งแรง และมีศรัทธาที่แรงกล้ามากกว่าพวกคนที่โตกว่า

ทำไมต้องเป็น 3 ปี

นี่คือตัวเลข ที่ผมพยายามนำเสนออยู่ตลอด ในทางฟุตบอล ถ้าคุณมีเงินจำนวนมาก คุณอาจจะบอกว่า 1 ปี หรือ 2 ปี ก็ได้ คุณสามารถเนรมิตได้เลย ซื้อมารวดเดียว 15-16 คน การทำแบบนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จไหม ก็เป็นไปได้ แต่คำถามคือ คุณมีเงินเยอะขนาดนั้นหรือเปล่า พอสุดท้ายไม่เป็นแบบที่หวัง ก็ทำเหมือนๆกันหมด ซื้อเยอะ ดาหน้าเปลี่ยนเลย ทั้งโค้ช ทั้งผู้เล่น คาดหวังโน้นนี้นั่น

คุณต้องเข้าใจก่อนว่า “ฟุตบอลมันไม่ใช่สมการที่ง่ายๆ” มันมีปัจจัยมากมายที่ต้องควบคุมให้ได้ อย่างเกมเหย้า คุณต้องเปิดเกมรุกใส่คู่ต่อสู้ ขณะที่เกมนอกบ้าน ก็ต้องเล่นอย่างเหนียวแน่น หรือไม่ก็บ้ารุกสู้เลย มีหลายทีมทำได้ แต่บางทีมเปิดเกมรุกไปแล้วเสียประตู พอเสียก็รุกไปอีก ก็โดนอย่างนี้ตลอด ดังนั้นไม่ใช่ว่า คุณมีปัจจัยด้านหนึ่ง อย่างเงิน แล้วจะตอบโจทย์ทุกอย่าง

ฉะนั้นเราควรต้องศึกษาให้รอบด้าน 3 ปี จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะแก่การ ค่อยๆล้างไพ่ เก็บในสิ่งที่ดี ตัดในสิ่งที่ไม่ได้ออก แล้วก็บวกด้วยผู้เล่นใหม่ที่เราบ่มเพาะไว้

ดูเหมือน ทุกสโมสรคุณเลือก จะต้องเป็นทีมที่ คุณสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้

ใช่ เป็นเงื่อนไขที่หากผมจะเลือกทำทีม ต้องคุยกัน ถ้าคุยกันวันแรกไม่รู้เรื่อง ก็คงไม่ตบปากรับคำหรอก

เงื่อนไขของผม อันดับแรก คุณต้องมี ทีมเยาวชนรองรับ เพราะว่า เยาวชน จะทำให้เรารู้สึกว่า ความภูมิใจของสโมสรอยู่ที่ตรงนี้ มากกว่า ทีมชุดใหญ่ หรือหากวันไหน นักเตะชุดใหญ่เบี้ยว หรือ ผู้เล่นที่ซื้อมา ไม่ดี เราสามารถถอดออก แล้วใส่ เยาวชนขึ้นมาทดแทน เพราะเด็กพวกนี้จะมีแรงขับ มาชดเชยเรื่องของฝีเท้า

เด็กในทีมชุดใหญ่ บางคนเคยเป็นลูกศิษย์เรามากอน ผมก็จะบอกว่า “เฮ้ย! อยู่กับผมก่อน” ถึงเวลาจะโตค่อยว่ากัน บางคนโตเกิน จนกระทั่งเรารั้งเขาไม่ไหว ก็จำเป็นต้องปล่อย ซึ่งถ้าเราปล่อย เมื่อหาตัวแทนไม่ทัน คุณต้องเสียตังค์ไปซื้อ แต่ถ้าเรามีทีมเยาวชน เราจะมีเด็กตามสเป็กที่เราต้องการ เล่นตำแหน่งเดียวกัน สไตล์เดียกวัน มาแทนที่ได้พอดี

การที่ทีมเยาวชน มันอาจจะไม่ออกผลวันนี้ แต่ถ้าโค้ชบ้า แล้วมองเห็นว่า เอาเด็กชุดเล็กขึ้นมาเสียบแทน ไอ้คนที่อยูมันก็ต้องวิ่งหนี เด็กที่เพิ่งขึ้นก็จะวิ่งไล่ตาม ที่นี่ทีมจะเกิดการแข่งขันกัน

แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

ผมเป็นคนบ้าอย่างหนึ่ง คือชอบให้โอกาสเด็ก ผมชอบย้อนมองตัวตอนเป็นนักเตะ ถ้าโค้ชไม่มองเห็นค่าเรา ไม่กล้าใช้งานเรา อาชีพผมก็จบแล้ว ผมพูดกับเด็กในทีมเสมอว่า ถ้าคุณมีโอกาส 2-3 ครั้ง แล้วสามารถคว้าไว้ได้ นั่นหมายถึง อนาคตของคุณ

ที่นี่เราจะได้ ทรัพยากรบุคคล ที่มีความศรัทธา และแรงปรารถนาที่จะขับเคลื่อนทีม ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเงิน มากเท่าไหร่แล้ว หลายสโมสรที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะใช้เงินเป็นตัวล่อ คุณอัดฉีดเป็นนัดต่อนัด มันได้แค่ระยะสั้น คุณต้องปลูกฝังเรื่องของซื่อสัตย์ ความภาคภูมิใจในสโมสร บางทีเงินไม่ใช่คำถามตอบทั้งหมด

ผมบอกเด็กเสมอว่า “เฮ้ย ใครมีเงิน เก็บนะ” จะเจียดกี่เปอร์เซนต์ ไปดูแลตัวเอง ไม่ใช่เงินเดือนน้อย ออกรถ เช่าบ้านโน้นนี้ ใช้ชีวิตติดหรู ฟุตบอลอาชีพมึงไม่ได้อยู่ถึงอายุ 60 นะ ให้อย่างเก่งเลยอายุ 35 ก็หมดแล้ว เกิดสมมุติบาดเจ็บ อายุการใช้งานก็สั้นลง เราต้องมานั่งยกตัวอย่าง รุ่นพี่เก่าๆ ให้พวกเขาฟัง

หรือแม้แต่ ยกตัวอย่างชีวิตตัวเอง เพราะผมก็ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่ดีมาก่อน แต่เห็นวัฏจักรความเป็นไปของอาชีพนี้มาตลอด เลยต้องเริ่มคิดฉีกกรอบออกมา ทำไมผมต้องมานั่งทำอาชีพ คอมเมนเตเตอร์ วะ เพราะโค้ชก็เหมือนนักฟุตบอล “อยู่ๆ เดินสะดุดตีนใครสักคน ตกงานก็มี” หรือผลงานแย่ติดๆกัน ก็อาจตกงานได้ ฉะนั้นจึงต้องรู้จัก พึงสังวรณ์ตัวเอง เอาไว้

แนวทางการสร้างผู้เล่นอายุน้อยขึ้นมา ส่วนหนึ่งมาจากการที่ คุณเคยเป็นอดีตโค้ชเยาวชนทีมชาติ มาก่อนหรือเปล่า เลยค่อนข้างเข้าใจจุดนี้ดี

เรามองหลายๆโมเดลนะ ผมอาจโชคดี ตรงที่เคยมีโอกาสได้ทำ ทีมชาติไทย ยู-16 (ช่วงปี 2003-2004 และ 2011) และ ยู-19 (ช่วงปี 2014) เลยเห็นตลาดตรงนี้บางส่วน อย่างเด็กบางคน ต้นสังกัดที่แท้จริงเขาไม่ใช้ เราบอก “เฮ้ย มานี่ดิ” ถามว่าเราจะได้เกรด A เลยไหม คงไม่มีทาง เราอาจจะได้เกรด B+ B- แล้วมาพัฒนา ต่อยอดเขา

อยู่ที่นี่อาจจะเงินเดือนน้อย แต่เราอาจมีส่วนอื่นมาเสริมอย่าง กิตติไกร (จันทะรักษา) เนติพงษ์ (แสนมะฮุง) ก็ได้ติดยศเข้ารับราชการ เงินเดือนอาจจะสู้รุ่นเดียวกัน อย่าง เจนรบ (สำเภาดี) ไม่ได้ แต่เราพยายามขยับขึ้นตามอัตราของเรา

พอคุณรับราชการ แล้วครอบครัวคุณเบิกได้นี่สวรรค์เลยนะ ลองนึกถึงตอนที่คุณเลิกเล่นไปแล้ว ซึ่งมันชดเชยได้มาก ผมอยู่ตรงนี้ ผมยังอยากเป็น (รับราชการ) เลย นั่นเป็นเรื่องผมพยายามแทรกให้เขารู้ว่า ฟุตบอลมันเป็นอาชีพก็จริง แต่มันระยะสั้น วันนี้คุณต้องเริ่มแต่งตัวกันได้แล้ว เพื่อที่จะอยู่อย่างไรให้อยู่รอด

สะสม พบประเสริฐ

ไม่ใช่แค่ดาวรุ่งอย่างเดียวที่ คุณพัฒนามาตลอด นักเตะซีเนียร์หลายคนในทีม ก็เป็นพวกเคยถูกมองข้าม, โดนโละออกจากทีม, โดนยกเลิกสัญญามา คุณมีวิธีเรียกศักยภาพพวกนี้อย่างไรครับ

ผมไม่ใช่จิ้มมาส่งๆนะ เราต้องมานั่งดูด้วย แต่ละคนเป็นอย่างไร

อย่าง ธนา (ศรีพันดร) เขาไม่ใช่เซ็นเตอร์แบ็ก ระดับท็อป หรือระดับล่าง เขาอยู่กลางๆ แต่ผมอยากให้เขาพีคกับแอร์ฟอร์ซ ผมทำไง ผมเดินไปหาเขาแล้วแซวว่า “เฮ้ย มึงทำตัวเหมือนคนแก่เลยนะ” นั่งรอโค้ชเป่านกหวีดเรียก พอผมไปแซวเขาครั้งหนึ่ง เขาเปิดรับ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เวลามาถึงสนามก็ทำโน้น ทำนี้ เพราะเขาอยู่ในช่วงปลายของอาชีพ

ดังนั้น คุณจะมางอมือ งอเท้าไม่ได้ ต้องดูแลตัวเองทั้งเรื่องของโภชนา การรรักษาสภาพร่างกาย หรืออย่าง ทนงศักดิ์ (พรมดาด) เขาอยู่ในช่วงปลายแล้ว ฤดูกาลนึงอาจเล่นได้แค่ 10 นัด แต่มีประโยชน์อย่างไร ในเกมที่ต้องเปิดแลกมากๆ ผมจะส่ง เอ (ทนงศักดิ์) แล้วบอก “ไปอยู่หน้าปากประตู แล้วยิงให้ได้” มันก็เป็นอีกหนึ่งแท็คติก บางคนแฮปปี้ เพราะร่างกายไม่บอบซ้ำ ประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง เขาล้นเหลือ

หรือดีลอย่าง แซมมวล (ป.คันนิ่งแฮม) ที่ได้มาในวันสุดท้ายของตลาด ผมโชคดีนะ ที่เขาเป็นลูกศิษย์สมัยทำทีมชาติ ยู-16 เขาอาจจะดูเฉิ่ม หรือขี้เกียจไปหน่อย แต่เขามีดี

พอข่าวออกว่าเขาโดนยกเลิกสัญญา ผมสแตนด์บายโทรศัพท์ไว้ตลอดทั้งวันเลย ถ้าเป็นคนอื่นโทรมา เฮ้ย พี่ไม่เอาแล้วน้อง ทีมพี่เต็มแล้ว แต่พอเป็น แซมมวล ผมก็บอกเขาว่า “แซม กูไม่มีตังค์นะ มึงมาช่วยกูนะ มาสู้ด้วยกัน เดี๋ยวพี่จะหาสิ่งตอบแทนให้” แซม พูดมาว่า “ไม่เป็นไรครับพี่ ผมรับได้”

หลังจากนั้น ผมบอกเขาว่า “แซม มึงผ่านความตายมาแล้วนะ (เกือบไม่มีสังกัด) มึงต้องสลัดเอาสิ่งที่ไม่เข้าท่าออก นิสัยที่เฉื่อยแฉะ ขี้เกียจ มาสาย ฟุตบอลอาชีพไม่มีโอกาสให้มึงขนาดนี้นะ” พูดอยู่ 2 อาทิตย์ เขาก็ปรับตัว มาก่อนเวลา มาคุยกับเพื่อน จนได้ลงสนามต่อเนื่อง

มันเป็นการเรียนรู้ชีวิตแบบตรงๆว่า ตอนนี้ เราไม่มีนะ เราก็บอกกันตรงๆ ตอนที่เรามี เราก็มาแบ่งกัน แต่เวลาได้แล้ว อย่าลืมตัว อยากเอาอีก เอาอีก เราให้ไม่ได้แล้วนะ

แซมมวล ป. คันนิงแฮม

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีทั้ง “สมหวัง ผิดหวัง น้ำตาตก” อยากรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไร ทำให้ สะสม พบประเสริฐ น้ำตาตกได้

ไม่ถึงกับร้องไห้ฟูมฟายนะ แค่มันเครียดมาก คงเป็นเรื่องที่ ถูกผู้ใหญ่ในกองทัพ โทรบอกว่าให้ เบรกเรื่องการให้ข่าวของผม ที่ส่งผลกระทบต่อกองทัพนี่แหละครับ

ผมพูดตรงๆเลยว่า การที่ผมมาทำ แอร์ฟอร์ซฯ ผมเรียกร้องน้อยมาก จากที่กวาดตามองแล้ว อะไรที่ถ้าเป็นประโยชน์ต่อทีม ผมหา

อย่างเช่น ผมมองหาที่พัก ที่เก็บตัวนักกีฬา ผมก็ไปเจอ ตึก 5 ชั้นของกองทัพ ที่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ใช้อะไร เวลาจะประชุมทีม ดูวิดิโอ ก็ต้องดูในห้องแอร์เสียบ้าง อะไรบ้าง เฮ้ย! นี่ัมันทีมของกองทัพนะ เป็นหน้าเป็นตาของทหารอากาศ ถ้าเราได้ตรงนี้ มันคือแคมป์เก็บตัวชั้นดีเลย ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อทีม

ผมเลยคิดว่า บางอย่างถ้าร่วมมือกันได้ จะขอบพระคุณอย่างสูง เมื่อไม่ได้ก็ต้องหาทางแก้ไขตามสภาพ แต่น่าแปลกใจว่า ตึกบางตึก ถูกปล่อยร้าง ปล่อยให้เงื่อนไขของตัวบทกฏหมาย กติกา มาบีบบังคับทำให้เราใช้ไม่ได้ ผมมาที่นี่เพื่อพัฒนาทีม และการที่ผมตั้งใจมาช่วย น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่ในมุมของตัวอักษร บนระเบียบการใช้ ไม่เอื้อ ก็ต้องเปลี่ยน ผมพูดมายังงี้ ตั้งแต่อยู่การท่าเรือแล้วว่า ไม่ใช่เป็นรัฐวิสาหกิจ ราชการ แล้วเปลี่ยนไม่ได้ ลองดูสิครับ ประเทศยังปฏิวัติได้เลย ทำไมหน่วยงาน บางองค์กร จะปรับเปลียนอะไรไม่ได้

ถ้าหัวหน้าใหญ่มองเห็นว่า มันเป็นประโยชน์ต่อทีมฟุตบอล เซ็นเป็นเคสๆไป ผมว่าทำได้ แต่เรื่องนี้ ผมผ่านจุดนั้นมานานแล้ว ตั้งแต่วันที่ผม โดนเบรกไม่ให้พูดพาดพิงกองทัพ ตั้งแต่นั้นมา ผมไม่เคยพูดถึงอีกเลย

ไว้เมื่อไหร่ที่ งานผมประสบความสำเร็จ ผมจะพูดวันนั้นวันเดียว เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เปลี่ยนเพื่อผมนะ เปลี่ยนเพื่อทหารอากาศ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม ผมไม่เคยยึดว่าเก้าอี้ตัวนี้ ต้องเป็นของผมตลอด ไม่ใช่

แอร์ฟอร์ซ ต้องเสียดาวรุ่งหรือตัวหลัก ในทุกรอบตลาดซื้อขายนักเตะ เคยรู้สึกว่าตัวเองถูกล้วงใส้อยู่ตลอดหรือเปล่า

เอ่อ… มันเป็นเรื่องปกติของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” อยู่แล้ว เป็นวัฏจักรของทุกวงการ แต่เราเองต้องเจียมเนื้อเจียมตัว และอดทนที่จะสร้างผู้เล่นขึ้นมา

ผมยกตัวอย่าง เจมส์ (อภิสิทธิ์ โสรฏา) ที่ย้ายไป บางกอกกล๊าส ผมอยากรั้งเขาไว้มาก แต่เมื่อสิทธิประโยชน์ที่เขาได้รับมันมาก ถามว่าเราให้เขาได้ไหม เราให้ได้ แต่อาจต้องใช้เวลานานถึง 3 ปี

การทำงานของผม เวลาที่มีข้อเสนอเข้ามา ผมจะเรียกเด็กมานั่งคุยกัน เลยบอกรายละเอียดทั้งหมด สมมุติเคยได้ที่นี่ 10 บาท ที่โน้นให้ 80 บาท เอ็งคิดเห็นอย่างไร แล้วเรามาร่วมกันตัดสินใจกัน ไม่ใช่ขายทิ้งไปเอง แล้วเด็กไม่รู้อะไรเลย

ถามว่าเสียดายไหม ผมเสียดายหมดละ ที่ต้องเห็นลูกศิษย์เดินจากไป แต่ในอีกมุม เราก็เข้าใจธรรมชาติ เมื่อเห็นเด็กเขาได้ดี ก็ต้องสนับสนุน แต่ในอดีตที่ผ่านมา พอจะย้อนกลับไปหาลูกศิษย์เก่าบางคน “เฮ้ย มาช่วยพี่ได้ไหม” มันก็จะมีคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจเรา ตอบกลับไป มันเจ็บนะ ทำไมเขาไม่นึกถึงวันที่เราปันเขามาใหม่ๆ

แต่สุดท้ายพอมานั่งทบทวนตัวเอง เข้าใจได้ว่านี่คือ ฟุตบอลอาชีพ ใครๆก็ต้องการผลประโยชน์ระยะสั้น เลยเลิกเสียใจ และบอกกับตัวเองว่า “ไม่เป็นไร กูปั้นใหม่ก็ได้”

หลายๆคนในทีม อย่าง นพพล พลคำ, วันชัย จารุนงคราญฯ เริ่มถูกจับตามองมากขึ้น คิดอย่างไรกับเรื่องนี้

เป็นเรื่องปกติ เราสนับสนุนทุกคน อย่าง สันติภาพ (จันทร์หง่อม) ที่หลุดทีมซีเกมส์ในช่วงท้าย ผมเสียดายเขานะ แต่เป็นเรื่องของโค้ชแต่ละคน มองไม่เหมือนกัน อย่าง นพพล (พลคำ) เรารู้ว่าเขาเก่ง แต่ผมอยากให้เขาเก่งกว่านี้

ถ้าเขา บอกว่าจะไม่อยู่กับเรา เขาก็ทำได้ แต่ถ้าเขาไป เรามีตัวแทนรองรับแล้ว มันวนเวียนอยู่แค่นี้แหละ นักเตะที่ดี ก็ต้องไป เราเป็นโค้ช ก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ที่เป็นนักเตะพร้อมใช้งานและสเป็กเดียวกัน ขึ้นมาเสียบแทนเลย ไม่ใช่วันหนึ่ง ขายตัวหลักไป ฉิบหายแล้ว! กว่าจะหาตัวแทนเจอ เราไม่ใช่แบบนั้น

11 ตำแหน่งตัวหลัก ตอนนี้ เรามีนักเตะสต๊อคไว้แล้วในทีมเยาวชน อายุอาจต่างกันกัน 2-3 ปี แต่เชื่อเถอะ สามารถขึ้นมาแทนกันได้ ถ้าคุณมีระบบแบบนี้ แล้วกล้าที่จะใช้งานเขานะ ผมว่ามันชดเชยกันได้ ทั้งนี้ต้องชื่นชม ทีมงานและผู้ใหญ่ที่คุยกันรู้เรื่องไปในทิศทางเดียวกัน

นพพล พลคำ

ทุกๆ ครึ่งฤดูกาลหลัง สำหรับ สะสม พบประเสริฐ ยากไหม? เพราะหนึ่งทีมคุณจะเสียนักเตะ สองทีมคู่แข่งเสริมและซื้อกันหนักพอสมควร และสามต้องบริหารงบประมาณที่มีจำกัดอีกด้วย

ผมไม่ค่อยมีปัญหานะ เพราะผมไม่มีตังค์ โจทย์ก็คือ ถ้าเราต้องการนักเตะใหม่ เราต้องขายนักเตะเก่าออกไป เพื่อนำเงินส่วนนี้มาซื้อ หรือยกเลิกสัญญานักเตะที่ไม่ได้ใช้ เหมือนเล่นแร่แปรธาตุ อย่างเลกสองที่่ผ่านมา เราได้มา 2-3 คน ตามสเป็กที่ต้องการ

ที่เราไม่ค่อยเจอปัญหา เพราะเราประเมินมากกว่า นักเตะที่มีอยู่ โอเคไหม เฮ้ย ขาดนักเตะแบบไหน ก็ซื้อแบบนั้นมา สำหรับผม ถ้าเงินมันเหลือกจากตลาดเลกสอง ผมจะเอาไปช่วยทีมเยาวชน (แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน) เพราะเงินเดือนนักบอลยังน้อยอยู่ และเขาเป็นอนาคตของทีม เราต้องดูแลเขาเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ที่บอร์ดบริหารเข้าใจว่า เราเป็นทีมขนาดเล็ก ยังไงก็ต้องเจียมตัวเรื่องการใช้จ่าย

ใช้คณิตศาสตร์ หรือตัวเลข เข้ามาใช้ในการบริหารทีมแบบนั้นด้วยหรือเปล่า

ไม่ถึงขนาดนั้น ผมทำบอลตามเงิน ต้องถามก่อนว่า คุณคาดคาดหวังเงินก้อนนี้ไว้ขนาดไหน ถ้าหวังขั้นแรก ท็อปไฟว์ งั้นคุยกันได้ เรายืดหยุ่นกันไป ถ้ามีเงินเดือนนักเตะให้ผม เดือนละ 5 ล้านบาท ผมซื้อใครก็ได้ แต่ทีมเรา อยู่ที่เกือบๆ 2 ล้านบาทต่อเดือน ถือว่ายังน้อยอยู่

วิธีการที่เราจะบริหารไม่ให้งบมันบานปลาย คือต้องหา เยาวชน มาล้อมทีมชุดใหญ่ ให้เขาได้เรียนรู้ อาจจะต้องใช้อดทน คือการทำฟุตบอล ถ้าวันแรกคุยไม่รู้เรื่อง อนาคตทะเลาะกันแน่ๆ

แอร์ฟอร์ซ ใช้งบค่อนข้างน้อย หากเทียบกับทีมอื่น ตรงนี้มองว่าเป็นอุปสรรคไหม ในยุคที่แต่ละทีมลงทุนกันค่อนข้างสูง

มีบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด ผมจะบอกเด็กก่อนให้รู้ว่า ทีมเราเป็นอย่างไร อยู่ๆจะมาเรียกเท่าโน้น เท่านี้ ไม่มีทางนะ เราพูดกันตรงๆเลยว่า “เฮ้ย มาช่วยพี่ พี่แม่งมีแค่นี้จริงๆ” ได้ไหม? ถ้าไม่ได้ ใช้อะไรมาชดเชยหรือทดแทนได้ไหม ช่วงปลายฤดูกาล ใช้โบนัสไหม จบอันดับนี้ คุณจะได้เงินเท่าไหร่ ต้องแจงให้ชัดเจน

เพื่ออย่างน้อย เขาจะรู้สึกว่า เราไม่ได้เอาเปรียบ หรือเราไปกดเงินเดือนเขา เราจำเป็นต้องรับปากตั้งแต่ตอนแรก เพราะหากไม่คุยให้จบ ปัญหาจะตามมา เฮ้ย กูได้เท่านี้ไม่พอ จะไปหาเศษหาเลย ปัญหาก็กระทบมาถึงทีม

ถามว่ามีเงินเยอะ มันดีไหม ดี แต่ไม่มี คุณก็ต้องอยู่แบบเจียมตัว ทีนี่เราต้องหาวิธีปลุกเร้า ให้ความรู้เขา สอนเรื่องเทคนิค การเล่นอย่างมีวินัย และเอาใจใส่ให้มากๅ เพื่อให้เขาไม่รู้สึกว่า ขาด ต่อให้คุณมีตังค์ แต่นักบอลคุณไม่มีวินัย มันก็เล่นไม่ได้

คุณเป็นคนหนึ่งที่แสดงความเห็นว่า “ทุนนิยม” มันไม่แฟร์กับฟุตบอลมาโดยตลอด คิดเห็นอย่างไรกับการลงทุนมหาศาลของ PSG หรือหลายๆทีม ในฤดูกาลนี้ คิดว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย ในอนาคตไหมครับ

มันเกิดขึ้นแล้ว มูลค่าตอนนี้มันเว่อร์เกินจริง เรายังไม่มีการตีกรอบในเรื่องของ เพดานเงินเดือน ในขณะที่มีการลงทุนเกินจริงในลีกฟุตบอลไทย การตลาดด้านกีฬา (Sport Marketing) ของแต่ละทีม ยังไม่โตเต็มวัย ค่อยๆคลานเตาะแตะ

เวลาผมให้สัมภาษณ์ที่ไหน ผมถามเสมอว่า “มี ทีม ไหน ใน ไทย บ้าง” (ย้ำเสียง) ที่มี ตัวเลขกำไรเป็นตัวเขียว อ่ะ ไม่ต้องรีบตอบ ค่อยๆนึก ค่อยๆ นึกดู (มองผม) แม่งแทบหายากมาก อย่างดีเลยนะ หามาได้ 100 บาท กูใช้ 100 บาท แล้วยังไง จบปีนี้ ปีหน้าหากันใหม่

มีไหมที่แบบว่า หามาได้ 60 บาท 40 บาททำเยาวชน ที่เหลือ ทำเป็นเรื่องของการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่มี ทีมใหญ่มีตังค์ไม่เดือดร้อน แล้วที่เหลือละ

อย่างผมหาได้ 40 ล้าน ก็ต้องแบ่งให้ทีมเยาวชนด้วย แล้วใช้จ่ายตามสภาพ ไม่ใช่เวอร์ตามเขา เราต้องอยู่กับข้อจำกัดเหล่านี้ให้ได้ ถ้าเราไม่อดทนตรงนี้ เราก็จะรู้สึกสิ้นหวังกับทีมที่จะสร้างขึ้นมา

แสดงว่า ทีมเล็ก ก็มีวิธีการสร้างทีมขึ้นในแบบตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำตาม ทีมใหญ่

ใช่ ผมเคยลำบากมาก่อนตอนเด็ก ดังนั้นดาวรุ่งที่ผ่านการกลั่นกรองจากผมขึ้นมา เด็กมันต้องหิว พอหิว มันก็จะอยากกิน อยากจะได้ทุกอย่าง พอขึ้นชุดใหญ่ มันจะรู้สึกว่ากูได้กินแล้ว แต่ยังอยากกินอีก อยากจะได้อีก

ถ้าเลี้ยงเด็กแบบคนรวย อาจไม่มีน้ำอดน้ำทน ถ้าเลี้ยงแบบให้มีกินตลอด พอถึงเวลาต้องมาแข่งกัน มันจะมีความพูดว่า “ไอ้นี้อดมื้อกินมือ ทำไมดีกว่า”

บางอย่างเป็นเหมือนจุดขับของนักบอลคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าเลี้ยงเว่อร์เกินไป เกินอายุเด็ก มีแต่ได้กับได้ มันก็จะชิน แล้วมันก็จะอิ่มง่าย เพราะเขาไม่เคยเดือดร้อนนิ ผมจึงสอนเด็กตลอดว่า มึงต้องพูดคำนี้กับตัวเองตลอดว่า “กูหิวกระหาย” แล้วเขาจะรู้สึกว่า วันนี้กูต้องวิ่ง กูต้องชนะ แล้วถึงจะได้อะไรตอบแทน

อย่าง สุรชัย ชาวนา มีคนบอกมันเล่นไม่ไหวหรอก ผมถามเด็กว่า“มึงไหวไหม”ถ้าตอบ“ไหวพี่” ผมส่งเล่น พอเขาลงสนาม เขาหิว เขากระหาย แล้วเราจะเห็นว่า เขาขาดอะไร ก็ไปเติมให้เขา

ผมเป็นคนกล้าเสี่ยง เหมือนฝากชีวิตไว้กับเด็ก หลายๆคนก็เป็นห่วง แต่นี่คือสันดานผม นักบอลหลายคนมาจากความยากลำบาก อย่างในทีมเยาวชน ผมบอกเลยว่า ลองทำแบบนี้สิ ทำได้ เดี๋ยวให้ไปซ้อมชุดใหญ่ เด็กก็แบบ โอโห้ ชะตาชีวิตกูเปลี่ยนเลย

ผมถึงบอกว่า โอกาสยื่นให้เขาเถอะ เขาจะตอบแทนเท่าไหร่ เป็นสิทธิ์ของเขา ถ้าเขาสามารถเล่นได้อย่างที่เราต้องการ สู้กับแรงกดดันได้ นี่คือความสำเร็จของการปั้นแล้ว

หมายความว่า ระบบหรือการสร้างเยาวชนอาจผิดเพี้ยนไปด้วย ทุนนิยม

ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงถ้าคุณเลี้ยงดูดี แต่ปล่อยให้มีอิสระ พอเด็กตกลงมา เขาอาจจะปรับตัวไม่ได้ เพราะไม่เคยลำบากมาก่อน ไม่เหมือนเด็กที่มันหิว สมมุติเขาเคยอยู่บุรีรัมย์ มาอยู่ที่นี่ “อาจรู้สึกว่า โหย ไรวะ โน้นก็ไม่มี นี้ก็ไม่มี อยู่โน้นมีทุกอย่าง” ซึ่งเขาจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าเด็กที่เคยลำบาก เขาไม่สนใจหรอก เรื่องแค่นี้

ผมเตือนสติดาวรุ่งอยู่ตลอดว่า คุณต้องอยู่ด้วยความอยากได้ อยากมี ในระดับหนึ่ง เมื่อไหร่ที่เขาคิดได้ และทำได้ ผลงานมันจะทำให้เห็นเองว่า ช่องว่างระหว่างทีมเล็ก ทีมใหญ่ มันถูกลดลง

แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

ตอนนี้บรรลุเป้าหมายยัง หลังจากนำเป็นจ่าฝูง

ยัง เป้าหมายของผมคือเลื่อนชั้น จะกี่แต้ม อันดับที่เท่าไหร่ไม่สน แต่ขอแค่เลื่อนชั้น แล้วหากทำสำเร็จ ที่เหลือค่อยเป็นโบนัส เราคุยกับลูกทีมตรงๆว่า “เอ็งไม่ต้องกดดัน” แม่งกดดันทุกทีม ทีมที่ตามหลังเราอยู่ ก็กดดันเหมือนกัน ถ้าเราหนีไปได้อีก 2-3 ก้าว ทีมที่ตาม ก็จะรู้สึก โห อะไรวะ มึงวิ่งไม่หยุดเลย เราขยับหนีไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคนตาม มันก็รู้สึกท้อ

แต่ผมคิดเสมอว่า ฟุตบอล 3 แต้ม อย่าเผลอ อย่าประมาท มันแป๊ปเดียว อย่างวันที่เราคุยกันวันนี้ (ก่อนแข่งกับ หนองบัว พิชญ) เรานำ ชัยนาท 5 แต้ม สะดุดสัก 2 เกม เขาชนะได้ 2 นัด เขาแซง จบแล้ว ซึ่งผมคิดว่า หากเราได้สัก 10 แต้มจาก 8 เกมที่เหลือ (นับเกม หนองบัว) น่าจะเพียงพอต่อการเลื่อนชั้น

ดังนั้น เราอยู่ตรงนี้ เราต้องก้าวไปไม่หยุด และผลักแรงกดดันไปให้ทีมตามไม่ใช่มาแบกรับไว้เอง

คุณเป็น ผู้จัดการทีม ที่ทำงานด้าน คอมเมนเตอร์ โมเดลไหนของ ทีมฟุตบอลยุคนี้ ที่คุณชอบและนำมาปรับใช้

ผมเอาหลายๆโมเดลมาผสมกันนะ แต่ถ้าตอนนี้ ชอบทรงบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยขุมกำลังที่อัดแน่น ทำให้พวกเขาโรเตชั่นได้สบายๆ ทีมมีสมดุลสูง ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็เป็นอีกทีมที่ชอบ เขามีผู้เล่นที่แข็งแรง เล่นฟุตบอลเพรสซิ่ง และแนวลึกชัดเจน เราก็พยายามดูข้อดี แต่ละทีม มาใช้

อย่าง เรอัล มาดริด พาสซิ่งเกมสุดยอด เราจะปั้นอย่างไรให้มีนักเตะ อิสโก้ เกิดขึ้นในเมืองไทย ลองปั้นดิ ไม่ต้องหารูปร่างใหญ่ เพราะเราตัวเล็ก เราลองปั้นคนไปกับบอลได้ดี เทคนิคดี ดังนั้นผมในฐานะ โค้ชฟุตบอลไทยคนหนึ่ง ผมพยายามจะสร้างทรัพยากรแก่วงการ คนไหนที่มีแววดี ขึ้นมาเลย แล้วไปช่วยทีมชาติ เป็นท่อส่งต่อเรื่อยๆ

โลดแล่น อยู่ในวงการ ทั้งฐานะ ผู้เล่น, คอมเมนเตเตอร์ ไปจนถึง โค้ช มานานหลายปี คุณถือว่าตัวเองบรรลุเป้าหมายหรือยัง

ผมเคยมีความคิดบ้าๆ บอๆ อยากลงสมัครชิงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คือถ้าเมื่อไหร่รู้สึก ชีวิตเราหมดความท้าทายในทุกเรื่องแล้ว ทำอะไรดีวะ งานโค้ชอาจจะไม่มีใครเอาเราแล้ว โค้ชทีมชาติไทย อาจจะไกลเกินฝัน ถ้าจะเป็น ประธานเทคนิคสมาคมฯ มันก็จะดูเล็กไป คิดทั้งที ต้องไปถึงระดับ นายกสมาคมฯ เลย

ถามว่าทุกวันนี้ ท่านสมยศ (พุ่มพันธุ์ม่วง) ดีไหม ก็ดี หรือ คุณวรวีร์ (มะกูดี) ก็ดีอีกแบบ ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นเรา เรามีอีกมุมมองนะ สิ่งที่เราสะสมประสบการณ์มาทั้งหมดในวงการฟุตบอล เราอยากมาทุ่มเทตรงนี้ มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต สมัครไปก็ไม่น่าเกลียด ไม่ได้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะได้เสนอตัวมารับใช้ประเทศแล้ว

ผมว่า ความบ้าในตัวผม มันมีตั้งแต่เกิด จริงๆ ปีที่แล้วผมไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยนะ พอมาปีนี้ มาทบทวนหลายๆอย่าง พี่ยี ก็น่าจะวางมือแล้ว คนที่เบียดกับ ท่านสมยศ แทบจะหาไม่ได้แล้ว คนที่เรารู้สึกว่า ใช่ เขาก็ไม่เอาซะแล้ว เลยคิดว่าคงไม่มีใครแล้ว นอกจากตัวเรา

ลองถามพวกพรรคเว้ย ถามคุณศรัณย์ (สันติพัฒนาชัย ผู้บริหารทีมแอร์ฟอร์ซ) “เอาไหมพี่ ลองดูกันไหม ไม่เสียหาย” แกก็บอกว่า เฮ้ย “เอาจริงหรอ” แต่ต้องรอสักระยะให้ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง แล้วค่อยไปเสนอหน้า ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แล้วลงสมัคร มันจะรู้สึกว่า “โอโห้ มึงยังกล้ามาเสนอหน้าอีกเหรอ” (หัวเราะ)

สมัครแทงบอลออนไลน์ มิงส์ฝากอนาคตต่อสัญญาใหม่บอร์นมัธ

สมัครแทงบอลออนไลน์

ปราการหลังทีมชาติอังกฤษตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่ฝากอนาคตกับเดอะ เชอร์รีส์ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สมัครแทงบอลออนไลน์ บอร์นมัธ ยืนยันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ไทโรน มิงส์ แบ็คซ้ายอนาคตไกลของทีมออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดาวเตะวัย 24 ปีย้ายจากอิปสวิชมาค้าแข้งในถิ่นวิทัลลิตี้ สเตเดียมในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 โดยเจ้าตัวเพิ่งได้รับโอกาสลงสนามช่วยทีมไปเพียงแค่ 13 นัดเท่านั้นในทุกรายการเนื่องจากโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าอย่างรุนแรงในนัดเดบิวต์กับทีมและยังเคยโดนแบนถึง 5 นัดหลังจงใจเล่นนอกเกมใส่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

โดยล่าสุดจากการเผยของสโมสรว่านักเตะตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรออกไป พร้อมตั้งเป้ากลับไปยึดตำแหน่งตัวจริงให้ได้อีกครั้ง

“มันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากสำหรับผมเพราะผมปรับตัวกับที่นี่ได้ดีมากๆ” มิงส์เผยผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

“สองปีแรกของผมกับสโมสรมันไม่ได้ราบรื่นนัก การพยายามสอดแทรกเข้าไปอยู่ในทีมแต่ผมก็ได้รับบาดเจ็บในเกมนัดแรกของผม”

“แต่ผมปรับตัวได้ดีขึ้น ด้วยการได้มีส่วนร่วมกับทีมเมื่อปีที่แล้วและผมรู้สึกว่าผมอยู่ในที่ๆเหมาะกับผมแล้ว ผมมีความสุขมากๆที่ได้อยู่ที่นี่ต่อไป”

Royal1688 ‘อันเก้’ เสียงแข็งยันไม่เปลี่ยนสไตล์แม้ถูกวิจารณ์หนัก

Royal1688

เฮดโค้ชซอกเกอรูส์ ออกอาการของขึ้นหลังถูกวิจารณ์หนัก ย้ำไม่ออก ไม่เปลี่ยนสไตล์ ไม่สนอะไรทั้งนั้น เพราะทีมดีแล้ว

Royal1688 อันเก้ ปอสเตโคกลู เฮดโค้ชทีมชาติ ออสเตรเลีย ยืนยันไม่คิดลาออกจากตำแหน่ง หรือเปลี่ยนสไตล์การเล่น แม้ถูกกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังทำได้แค่อันดับ 3 ของกลุ่ม B ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3

“ซอกเกอรูส์” เฉือนเอาชนะ ไทย ไปได้ 2-1 แต่ไม่เพียงพอต่อการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ โดย ออสเตรเลีย จะลงเล่นรอบเพลย์ออฟกับ ซีเรีย เพื่อหาตัวแทนไปเล่นเพลย์ออฟ นัดสุดท้ายกับ ทีมจากโซนคอนคาเคฟ

“ผมจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น และจะไม่เสียเวลาไปโต้ตอบ” อันเก้ ปอสเตโคกลู กล่าวถึงกระแสวิจารณ์การทำทีม

“ผมไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้เหมือนกันหมด และจะะทำอย่างไรต่อไป? คุณก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป ผมเป็นโค้ชทีมชาติ (ออสเตรเลีย) ซึ่งผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำหน้าที่นี้ และผมก็จะทำต่อไป”

“มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ผมโดนวิจารณ์มาหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ้าจำกันได้ ผมโดนสมาคมฟุตบอลออสเตรเลียขับไล่ (โดนไล่ออกจากการทำทีมเยาวชนออสเตรเลีย) ดังนั้นผมไม่แปลกใจกับเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น”

“มัน (กระแสวิจารณ์) ไม่ได้เปลี่ยนความเชื่อมั่นที่ผมมีในการเพื่อทำทีม และเพื่อประเทศชาติ ผมรู้ว่าผมจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้”

“เมื่อคืน (เฉือนชนะ ไทย 2-1 จากโอกาสยิง 45 ครั้ง) มันอึดอัด เราเพิ่มสกอร์ไม่ได้ แต่ผมชอบที่จะดูทีมเราเล่น ทีมผมเล่น”

“ถ้าเราพัฒนาแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ ผมก็ไม่สนถ้าจะมีคนต่อต้าน ผมผ่านเรื่องที่เลวร้ายมามากกว่านี้ แต่ผมมีความมุ่งมั่นมากที่จะทำให้ฟุตบอลในออสเตรเลียดีขึ้นไปอีก”

“จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น สไตล์การเล่นของเรานั้นเหมาะกับทีมของเรา และเราก็จะเล่นแบบนี้ต่อไป”

Holiday Palace ตูรานรักมั่นบาร์ซาแม้ตลาดลีกตุรกียังเปิด

Holiday Palace

จอมทัพชาวเติร์กยืนยันอีกครั้งว่าจะอยู่ค้าแข้งกับเจ้าบุญทุ่มต่อไป หลังตกเป็นข่าวกับทีมในบ้านเกิดเพราะตลาดลีกตุรกียังไม่ปิด

Holiday Palace อาร์ด้า ตูราน แนวรุกตัวสำรองของบาร์เซโลนา ย้ำชัด เขาต้องการย้ายอยู่ค้าแข้งในถิ่นคัมป์นูต่อไป

กองกลางทีมชาติตุรกีกำลังตกเป็นข่าวกับ กาลาตาซาราย ทีมในบ้านเกิด หลังตลาดซื้อขายนักเตะลีกแดนไก่งวงยังเปิดทำการถึงวันที่ 8 กันยายนนี้

อย่างไรก็ดี ล่าสุดดาวเตะวัย 30 ยืนยันหนักแน่นว่า เขายังมีความสุขดีกับบาร์ซาและอยากอยู่กับสโมสรจนครบสัญญาที่เหลืออยู่อีก 3 ปี

“ผมมีความสุขในบาร์ซา ผมยังมีสัญญาอีก 3 ปี และผมจะอยู่กับทีมต่อไป” จอมทัพชาวเติร์ก กล่าว
ทั้งนี้ ตูรานยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นกับเจ้าบุญทุ่มแม้แต่นาทีเดียวในฤดูกาลนี้

MAXBET “คัมโปส” ขอพาโบลิเวียดับซ่าชิลี

MAXBET

“คัมโปส” ย้ำเกมพบ ชิลี เป็นมากกว่าฟุตบอล ก่อนบินกลับช่วย บางกอกกล๊าส เอฟซี ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

MAXBET ยาสมานี่ คัมโปส ห้องเครื่อง บางกอกกล๊าส เอฟซี สโมสรชั้นนำแห่งศึกโตโยต้าไทยลีก ลงสนามช่วยบ้านเกิดทีมชาติโบลิเวีย ทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และลงสนามครบ 90 นาที ในเกมที่ โบลิเวีย บุกไปแพ้ เปรู 1-2 โดย คัมโปส ยังผ่านบอลให้ กิลเบิร์ท อัลวาเรซ ทำประตูตีตื้นให้ โบลิเวีย ในนาทีที่ 72

โดยห้องเครื่องวัย 29 ปี จะอยู่ช่วยชาติต่อเนื่องในเกมต่อไปที่ โบลิเวีย มีคิวเปิดบ้านพบ ชิลี ในวันพุธที่ 6 ก.ย.60 เวลา 3.00 น. (เวลาไทย) โดย คัมโปส เผยถึงฟอร์มตัวเอง และเกมที่จะพบกับ ชิลี ว่า

“เกมกับ เปรู พอใจกับฟอร์มโดยรวมของตัวเอง แต่เสียดายที่ไม่สามารถช่วยทีมคว้าสามแต้มได้ ส่วนเกมที่จะพบกับ ชิลี จะเป็นเกมที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม ซึ่งมีอะไรมากกว่าฟุตบอล เพราะสงครามที่เกิดขึ้นในอดีต ยิ่งทำให้การขับเคี่ยวกันระหว่างสองประเทศเป็นไปอย่างเข้มข้น เราหวังจะชนะในบ้านให้ได้”

ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ขุนพล “เดอะ แรบบิท” เดินทางไปเก็บตัวที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติญี่ปุ่น เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น นั้น ห้องเครื่องทีมชาติโบลิเวีย ไม่ได้ร่วมทัพ บีจีเอฟซี ไปด้วยเพราะภาระกิจทีมชาติ โดย คัมโปส จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันศุกร์ที่ 8 ก.ย.นี้ ซึ่งเจ้าตัวได้ฝากถึงแฟนคลับ “เดอะ แรบบิท” ด้วยว่า

“ผมอยากบอกแฟน บีจีเอฟซี ว่า อยากกลับไปเล่นให้กับทีมเหลือเกิน และหวังว่าจะสามารถสร้างความสุขให้กับแฟนๆ อีก และผมขอฝากความปรารถนาดีถึงทุกคนครับ”

Page 1 of 6412345678910...2030405060...Last »